กลับมาทําไม(ฮา)

posted on 07 Jul 2011 09:24 by magicjane

โหวว ปีนึงเลยหรอเนี่ยที่ไม่ได้เข้ามาสร้างความคืบหน้าอะไรเลย
ใครว่าปีนึงนาน หนึ่งปีผ่านไปเร็วจะตาย ยังรู้สึกเหมือนเพิ่งฉลองปีใหม่เมื่อไม่นานมานี้เอง
กลางปีและ ไรวะ เร็วชะมัด ยังไม่ได้ทำอะไรอีกตั้งหลายอย่าง
อะไรที่สัญญากับตัวเองว่าจะทำตอนต้นปี ยังไม่ได้เริ่มเลยนะ อย่าเพิ่งรีบจบปีสิ กี๊สส~

 

เราก็คงห้ามเวลาไม่ให้เดินไม่ได้ เหมือนที่เราก็คงหยุดเดินไม่ได้เหมือนกัน...
ปีนึงที่ผ่านมา มีอะไรเปลี่ยนแปลงในชีวิตเราตั้งเยอะแยะ เช่น
มีรถไฟฟ้าฝั่งธนให้นั่งเย็นๆกะเค้าบ้างแม้จะแค่สองสถานีก็เหอะ
ประเทศไทยเป็นสากลขึ้นด้วยการแสดงความเท่าเทียมของชายหญิงด้วยบทบาททางการเมือง (?)
หน้ามีกระ อ้วนขึ้น ลงพุง หน้าบาน สิวพุด (เอ่อ พอเหอะ)
แล้วก็ย้ายโรงเรียนมาอยู่แถวๆจังหวัดเมลเบิน ออสฯ
เลยอดชื่นชมความมันส์ทางการเมืองของประเทศตัวเองแบบติดขอบเลย.. Foot in mouth     

เอาจริงก็ไม่รู้อะไรมากหรอก เหมือนคนรุ่นเดียวกันทั่วไปที่ไม่ค่อยเจาะลึกในรายละเอียด
เหมือนดูละครแล้วจำได้แต่ชื่อพระเอกนางเอกอ่ะ แล้วก็ฉากสำคัญๆบางตอนเท่านั้น
ชื่อพ่อชื่อแม่ คนใช้ คนขับรถ นั้นไม่อยู่ในประเด็นจดจำที่สามารถเอามากรี๊ดกับเพื่อนได้  

 

 

 

โอเค ตามปกติ ถ้าเราไม่รู้มาก เราก็ไม่ควรจะพูดมากถูกมั้ย
เราควรจะหาข้อมูลมาสนับสนุนคำพูดของเราก่อนแล้วค่อยประกาศสู่สาธารณะชน
เราไม่ควรเหมาว่าอะไรเป็นอะไรโดยฟังจากชาวบ้าน ประเด็นการเมืองเป็นเรื่องเซ้นสิทีฟ
ไปคลิ๊กปุ่มอะไรเข้า ก็อาจจะระเบิดตู้มตาม บาดเจ็บกันเป็นแถบๆได้

 

 

ในฐานะพลเมืองของชาติ และวัยรุ่นที่จะโตไปเป็นผู้ใหญ่ในไม่ช้า
(เอาจริงก็แอบสับสนอยู่เล็กน้อยว่าผู้ใหญ่นี่ต้องอายุเท่าไหร่กัน
ขอแบบตัวเลขเป๊ะๆเลยมีมั้ย แบบอายุเท่านี้ๆ เป็นบุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ใหญ่แล้ว  - -)

แม้วุฒิภาวะอาจไม่เจริญตามอายุ (ฮา)
แต่ส่วนลึกในก้นบึ้งของจิตใจมันก็ต้องรู้สึกถึงหน้าที่ที่น่าจะเพิ่มขึ้นกันบ้างแหละนะ
การสนใจบ้านเมืองก็คงเป็นหนึ่งในนั้น ไม่ได้หมายถึงการเมืองอย่างเดียว
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การประปา ไฟฟ้า ก็เรื่องในบ้านทุกเรื่องน่ะแหละ 
ไม่ต้องมากมาย แต่ขอให้รู้ไว้บ้างก็น่าจะดี 

 

 

 

บางคนอาจบอกว่า เฮ้ย เครียดไปป่าวเอ็ง ปล่อยให้เป็นเรื่องของ “ปู้หย่าย” เหอะ
ถ้าเกิด ปู้หย่าย ที่ว่าคิดเหมือนเราล่ะ ปล่อยให้เป็นปัญหาของ “ปู้หย่ายหย่าย” (ใหญ่กว่า ปู้หย่าย)
แล้วจะเหลือใครสนใจประเทศชาติ เพราะฉะนั้นสนกันคนละนิดให้จิตแจ่มใสเถิด

 

 

 

แต่ไม่ว่าประเทศเราจะตบตีกันรุนแรงขนาดไหนในสายตาต่างชาติ
รถไฟฟ้ายังสร้างไม่เสร็จซะที รถติดเป็นซิมโบล
จุดธูปขูดหวยกับต้นมะนาวสีชมพูรูปมิกกี้เมาส์ หรือบูชาแผ่นเจลอมน้ำแปะหัวจากต่างดาว

 

อาหารไทยก็ยังอร่อยขึ้นชื่อ ฝรั่งก็ยังชอบกางเกงลายมวยไทย ภูเก็ตก็ยังสวย
ดูหนังโรงก็ถูกกว่าเมืองนอก (อยู่นี่ประมาณ 400 บาท/หนังโรงที่นั่ง economic 1 ครั้ง ทารุณมาก)
และเซนฯเวิล์ดก็สร้างเสร็จแล้ว (เกี่ยวไง?!)

 

ไม่ว่าจะเป็นยังไงเมืองไทยก็ยังเป็นที่ที่เราอยู่แล้วสบายใจที่สุดเสมอ เป็น “บ้าน” อย่างแท้จริง
(เพลงรักเมืองไทย บรรเลงเป็นซาวด์ประกอบ)

 

 

เป็นที่ๆให้ความรู้สึกอบอุ่น(จนถึงขั้นร้อน) และอยากจะนั่งแช่อยู่นานๆ โดยไม่ลุกไปไหนในวันฝนตก
แม้อากง อาม่าจะมากจากจีน แต่นู๋พูดจีนไม่ได้นิหว่า.. ขอโทษนะคะเหล่ากงเหล่าม่าและบรรพบุรุษทั้งหลาย
ที่ไม่จงรักภักดีต่อเหมาเจ๋อตุงเท่าที่ควร ฮ่าฮ่าฮ่า

 

บางทีไอ้อารมณ์พวกนี้มันคงไม่เกิดถ้าไม่ได้ออกไปอยู่นอกประเทศ ยิ่งไกล ยิ่งคิดถึง...

ใครสักคนบัญญัติคำคมบาดๆขึ้นมาว่า
“ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน”

 

 

แต่เราว่า ระยะทางก็พิสูจน์คนได้เหมือนกัน... Money mouth

 

 

 

อย่า(คลิ๊ก)!

posted on 27 Feb 2010 09:22 by magicjane

สอบเป็นอะไรที่สูบพลังงานมาก

 

 

แต่ตอนนี้จะไม่มีอะไรอย่างนั้นแล้ว ลั้ลลา~
เพราะเราสอบเสร็จแล้วน่ะเอง ฮ่าฮ่า

 

แต่บางคนก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น..

มีเพื่อนคนนึง คอมเสีย เท่านั้นยังไม่พอ โอโฟนก็เปิดไม่ติด
เพราะใช้ 3gs jailbreak รุ่นล่า แล้วห้ามปิดเครื่อง เพราะฉะนั้นเลยห้ามแบตหมดเด็ดขาด
แต่ว่ามันก็เผลอหลับด้วยความอ่อนเพลียจากการอ่านหนังสือ (ฮ่า) ทำให้เครื่องดับไปซะอย่างนั้น

 

เท่ากับว่าตอนนี้มันตัดขาดจากเทคโนโลยีที่ทำให้พบปะเพื่อนฝูงอย่่างสิ้นเชิง (ไม่นับโทรศัพท์บ้านนะ)
น่าเห็นใจมาก จึงไม่มีอะไรปลอบใจได้ดีเท่าหนังสือนิยาย+หนังแผ่นอีกแล้ว

 

(ดีใจด้วยที่บ้านแกมีห้องนั่งดูทีวีที่สุดแสนจะสบายนะแก้ว) 

 

แท่นแท๊น! ว่าแล้วเราก็ไปซื้อหนังสือนิยายมาต้อนรับปิดเทอม ก็ปิดไม่เท่าไหร่
เพราะโรงเรียนบังคับเรียน Summer แย่ชะมัด... 
ต้องใส่ชุดนักเรียน อึดอัด ท่ามกลางอากาศร้อนของปลายมีนาและเมษา 

 

จึงเหลือเวลาอีก เอิ่ม..ประมาณ 3 อาทิตย์ ก่อนจะเรียนซัม เพราะฉะนั้น
เราต้องใช้เวลาที่มีอยู่ให้คุ้มค่า ด้วยการช่วยงานบ้าน..

กวาดพื้น รดน้ำต้นไม้ ล้างรถ ทำกับข้าว ขัดห้องน้ำ เปลี่ยนผ้าปูที่นอน
ทิ้งขยะตอนเย็น ซักผ้าม่าน ล้างมุ้งลวด ขัดบันได เย็บเสื้อราตรีให้พี่สาวคนละแม่
คุยกับหนูในห้องเก็บของ เจอนางฟ้า ขึ้นรถฟักทอง ไปงานเต้นรำ และกลับก่อนเที่ยงคืน!

 

โว้ย! เพ้อเจ้อชะมัด

 

บอกแล้วอย่าคลิ๊ก!

 

 

 

แค่นั้นล่ะ แค่มาอัพเดตอย่างรวดเร็วและเกียจคร้าน 

  

 

 

I Fart like everyone 

 
 
 
ชายคนนี้ชื่อ David Choi เค้าเจ๋งมาก! 
ชมผลงานอื่นๆของ Mr.Choi ได้ที่ >>http://www.youtube.com/user/davidchoimusic
 
 
 
ciao!